top of page
0

Anchorag-Fairbank, Alaska

  • รูปภาพนักเขียน: siripat wiriyachailoek
    siripat wiriyachailoek
  • 28 ส.ค. 2562
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 22 ก.ย. 2562

DAY-1.1 ถึงไหน นอนนั้น'

ไฟล์จากSeattle ตรงมาที่ Anchorage,Alaska ที่นี่ถือว่าเป็นเมืองที่เจริญสุดละ แอร์พอร์ตที่ตอนแรกเรากลัวว่าจะนอนค้างคืนไม่ได้ ก็กลับกลายว่าสะดวกสะบายจนทำตัวขี้เกียจนั่งๆนอนๆอัพรูป เล่นเฟสได้อย่างสบายใจ ดี๊ดี:)

หลังจากหลับตลอดทางตลอด3ชั่มโมง 40นาทีบนเครื่องบิน ก็กะจะหลับต่อที่สนามบินอีก เพราะต่อจากนี้เราจะไปขึ้นรถไฟ สาย Aurora Train ในตอนเช้า รถไฟนี้ก็ไม่มีอะไรพิเศษ แค่เห็นวิว180องศา แล้วค่าตั๋ว ราคา190$(6,650บาท) เอง (เองหรอ? ปาดน้ำตาแปป) เพื่อนร่วมทริปบอกว่า ห้ามหลับ ต้องดูวิวให้คุ้ม!!

โอเค พิมพ์มายืดยาว เริ่มคิดอะไรไม่ออก. ออกแนวง่วงๆ เบลอๆ งงๆ แบบนี่เราทำลังเทคทริปอลาสก้าที่หลายคนใฝ่ฝันถึง แต่ไม่รู้ตลอด8วัน 7คืนจะเป็นยังไงต่อ จะหนาวตายตั้งแต่วันแรกรึป่าวยังไม่รู้(ตอนนี้-9C)รอดูกัน!! นอนละ;)

2016-Dec-3_4:14AM


'DAY-1.2 Aurora Train'

หลังจากหลับนอนกินอยู่ที่สนามบินเป็นเวลา 4ชม กว่าๆ ก็ออกมาเรียกTaxi ไปTrain station เพื่อไปขึ้นรถไฟสาย Aurora Winter ตรงไป Fairbank รถไฟสายนี้ก็ใช้เวลาไม่มากไม่น้อยแค่ 12ชั่วโมงกว่า เรียกว่านั่งจนก้นเมื่อย นั่งจนดูซีรี่ย์เกาหลีจบไปหลายตอน

พอเราขึ้นรถไฟก็แอบผิดหวังนิดนึง คิดว่าหลังคารถไฟจะเปิดโล่ง ให้เห็นวิว แต่เป็นแค่หน้าต่างธรรมดา เลยย้อมใจด้วยการสั่งอาหารเช้ามากินซักหน่อย วิวที่มองจากห้องอาหารสวยจนทำให้ลืมเรื่องที่แอบผิดหวังไปได้

เรานั่งๆนอนๆเล่นๆ พอรถไฟชะลอก็ออกไปถ่ายรูปที่ประตูที่สามารถเปิดหน้าต่างเล็กๆออกไปselfie ได้ ถ่ายไปหนาวไป หนาวจนหน้าชา แต่ก็สนุกดี

เพื่อนร่วมทริป(พี่ไก่)นางอารมณ์เสีย เพราะรูปที่ถ่ายจากก่อนxioamiของนางหายหมด กล้องนางงอแง

รถไฟขับๆจอดๆ ให้ดูนู้นนี่ มีคนบรรยายเป็นพักๆ ห้องน้ำสะดวก เดินไปมาถ่ายรูปได้ พนักงานก็ใจดี ภาพรวมดี ยกเว้นตริงหลังคาเนี่ยTT

เอาจริงๆวิวมันสวยๆมากๆแต่แบบถ่ายรูปออกมาให้สวยยากหน่อยTT จะพยายาม

2016-Dec-3_2:11PM


'Day-1.3 the best view of today'

กำลังเคลิ้มหลับ เพราะร่างกายเริ่มไม่ไหว วิวข้างทางก็สวยดีหรอก แต่ง่วงจริงๆขอหลับสักงีบ

$4inxols:&@"";&!/99/

เสียงประกาศอะไรสักอย่างผ่านเข้าหู พอรู้สึกตัวก็มอง2ข้างทางอย่างงุนงวย โอ้ว จอร์จมันยอดกว่าไก่ออกลูกเป็นตัว วัวตีลังกากลับหลัง

วิวมันสวยมากๆ แสงแดดที่ลอดจากก้อนเมฆ ลำธารสายใหญ่ ทั้งหมดลถูกเรามองจากรถไฟที่กำลังข้ามผ่านสะพาน พอมองไปข้างล่างก็เสียวได้ใจ

ปลื้มมากที่เก็บภาพกับคลิปไว้ได้ เลยขอให้ที่นี่เป็น Man of the math ของวันนี้ไปเลย

@Hurricane |MP 284

2016-Dec-3_3:25PM




'DAY1.4 All white'

ตอนนี้ที่อลาสก้าถือเป็นช่วงที่หนาวที่สุด หิมะหนาสุดๆ เลยไม่แปลกใจที่ทำไมมองไปทางไหน ก็มีแต่สีขาว

บ้านคนที่หลังคาเต็มไปด้วยหิมะหนา ถนนที่ขาวโพลนแต่ยังมีรอยล้อรถเป็นทางยาว แม่น้ำที่แข็งเป็นน้ำแข็ง แล้วก็ต้นไม้ที่ทิ้งใบก็ยังเต็มไปด้วยหิมะ

ที่ที่หนาวเหน็บแล้วเต็มไปด้วยหิมะแบบนี้ ทำไมถึงมีคนอยู่นะ? ลำบากจะตาย!! คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในในหัวตอนที่มองไปยังพื้นที่สีขาวโพลนนั้น

เราไม่รู้คำตอบที่แท้จริงของคนเหล่านั้น เราแค่เดาว่าอาจเป็นเพราะ ธรรมชาติที่สวยงาม อุดมสมบูรณ์ อาจเป็นเพราะความเงียบสงบที่หาไม่ได้จากเมืองใหญ่ หรือจริงๆแล้วพวกเค้าอาจจะไม่มีคำตอบเลยก็ได้

ปล. แต่คำตอบของเราคือ 'ไม่อยู่...มาเที่ยวก็พอ...หนาว😅'

2016-Dec-3_4:29PM


'DAY2.1 In front of the house 🏡'

สะดุดตั้งแต่เริ่มต้นวัน taxiที่โทรเรียกไม่มาสักที ได้แต่รอแบบเจ็บๆ ทำไมพูดว่า เจ็บ!!

ก็เพราะ มือเท้าเนี่ยโดนหิมะกัดจนเจ็บไปหมด หายใจไม่สะดวกเพราะน้ำมูกก็กลายเป็นน้ำแข็ง ทุกครั้งที่หายใจ ลมหายใจจะกลายเป็นละอองน้ำแข็งเล็กๆทิ่มๆอยู่ในจมูก

แต่แบบต้องทน กดชัตเตอร์รัวๆเอารูปมาฝากทุกคนนะค่า

2016-Dec-4_1:06PM


'DAY2.2 Downtown หรือ เมืองร้าง

เราจะไม่พูดถึงเรื่องความหนาวของอลาสก้าอีกแล้ว เพราะไม่สามารถหาอะไรมาเปรียบเทียบได้เลย เราเลยจะมาพูดถึง สภาพความเป็นอยู่ที่นี่ดีกว่า

ที่ที่เรากระโดดโลดเต้นอยู่นั้นไม่ใช่ป่าช้าแต่อย่างใดมันคือ ใจกลางเมือง เรียกว่าเป็นคล้ายๆ จัตุรัสของเมือง สวนกลางเมืองแบบนั้น...ไม่มีคนจ้า มีแต่มนุษย์ชะนี3คนนี้

ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ก็มีไม่กี่ร้าน ที่สำคัญของแพง จะเดินจะเหินไปไหนก็ต้องขับรถ หรือtaxi (มานี่เราใช้taxiตลอด)

สภาพรวมๆของdowntown ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพก็คงเป็นแบบ เมืองเงียบๆที่สามารถดูวิวที่สวยงามได้ทุกที่จากในเมือง ไม่รีบร้อน ไม่เร่งรีบ สโลวไลฟ์กันไป

2016-Dec-4_9:04PM



'DAY2.3 Museum's Day'

ยังทำใจไม่ได้ ขอเที่ยวในที่ร่มก่อน วันนี้เราเลยตะลุย มิวเซียมในดาวทาว ดึงสติพยายามอ่านๆทำความเข้าใจเกี่ยวกับAlaskaให้มากขึ้น (แต่เอาจริงๆก็ดูรูป ดูโมเดลนู้นนี่ไป ไม่ใช่อะไร แปลไม่ออก555)

1.Morris Thompson Cultural & Visitors Center เป็นที่ให้ข้อมูลท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยว มีทั้งโบชัวร์ มิวเซียมแสดงความเป็นมา การใช้ชีวิตของคนในอลาสก้า มีประโยชน์มากๆที่นี่

2.Dog mushing museum เป็นฟรีมิวเซียมแสดงความเป็นมาของหมาสายพันธุ์ต่างๆที่ถูกใช้เป็นหมาลากเลื่อนที่อลาสก้า ที่นี่เค้าให้ความสำคัญกับหมามากๆเลย เหมือนเป็นสัตว์ที่อยู่ใช้ชีวิตร่วมกับคนอลาาก้า

3. Gallery โชว์ภาพสีน้ำที่เกี่ยวกับ Alaska ไม่ว่าจะเป็นภาพแสงเหนือ ภาพสถานที่ท่องเที่ยว ภาพธรรมชาติ เยอะแยะเลย ราคาประมาณ20-40$ต่อภาพ

4.ร้านขายของที่ระลึก Alaskaก็เป็นอีกที่ที่คนติสๆ ชอบอยู่กัน (ถ้าไม่ติสอยู่ไม่ได้นะ วันนี้-32องศา) เลยมีของฝากของทีระลึก เช่น ถ้วยชาม ภาพวาด เครื่องประดับ ที่โคตรสวย โคตรแนว โคตรน่ารัก แล้วราคาโคตรแพงขายเยอะแยะ ไม่มีตัง เก็บภาพมาฝากไปก่อนนะจ๊ะ

5.Fountainhead Antique Auto Museum จ่ายค่าเข้า10$ เข้าไปดูรถเก่าที้ถูกเก็บรักษา และจัดแสดงได้เป็นอย่างดี อึ้งทึ่งในความสวยของรถเก่า แล้วก็ความเก่งของมนุษย์ที่สร้างมันมาได้ สนุกกับการแต่งตัวเป็นคนยุค1900 แล้วก็ได้ความรู้ด้วย เราไม่ค่อยรู้เรื่องรถเท่าไร แต่มั่นใจว่าผู้ชายหลายๆคนต้องชอบแน่ๆถ้าได้มาที่นี่(ผู้ชายชอบรถช่ะม่ะ?)

บอกเลยว่า ชอบที่เค้าทำมิวเซียมแบบใส่ดีเทลจัดเต็ม รูปรสกลิ่นเสียงภาพวิดิโอมาหมด พวกโมเดลก็ทำเหมือนจริงมาก ภาพก็สวย ออกแบบการจัดวางดี อยากให้ไทยมีมิวเซียมดีๆแบบนี้เยอะๆ มั่นใจว่าเด็กไทย ชอบไปมิวเซียม (มั้ง)

2016-Dec-4_11:58PM





โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

ความคิดเห็น


  • Black Facebook Icon
  • Black Instagram Icon

©2023 by Marcus Berg. Proudly created with wix.com

bottom of page